เคล็ดลับการสร้างความสุขให้กับชีวิตในทุกๆวัน

คนเราทุกวันนี้ดูเหมือนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการไขว่คว้าลาภยศ เงินทอง เพราะหลายๆคนคิดว่าการมีลาภยศ เงินทองนั้นจะทำให้ชีวิตมีความสุข จึงทำให้ทำลายเวลาของชีวิตให้หมดไปทุกๆวัน เพราะยิ่งตั้งความหวังไว้สูงความผิดหวังก็จะเข้ามาไม่จบสิ้นแล้วก็จะเกิดความท้อแท้และเบื่อหน่ายกับชีวิต ทำให้กำลังใจลดลง ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น ควรจะปฏิบัติตนดังนี้
– มีจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะการมีจิตใจเข้มแข็งจะช่วยเราให้คิดบวกและก้าวเดินต่อไปแม้เจอปัญหา
– การพอใจในชีวิต เพราะการมีวัตถุสิ่งของเพิ่มขึ้นโดยไม่สนใจว่าจะต้องเสียอะไรไปไม่ได้ทำให้คนเรามีความสุขจริง ๆ
– ต้องไม่มีความอิจฉาริษยา เพราะสามารถทำลายชีวิตและความสุขของคนเราได้ ทำให้คนเราหมดความยินดีและไม่เห็นค่าสิ่งดี ๆ ในชีวิต
– พัฒนาความรักต่อคนอื่น เพราะการมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำให้ผู้คนมีความสุขในชีวิตมากกว่าการมีงาน มีรายได้ อีกทั้งยังทำให้สุขภาพดีด้วย
– การอยู่กับคนที่ทำให้เรายิ้มได้ จะมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่ท่ามกลางคนที่มีความสุขเหมือนกัน ให้เราอยู่กับคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสนั้นจะพลอยพาให้เราหัวเราะและมีความสุขไปด้วย
– ทำในสิ่งที่รัก จะช่วยเพิ่มความสุขให้แก่เราได้
– มีเป้าหมายในชีวิต คนที่มีเป้าหมายในชีวิตจะพยายามไปถึงจุดนั้นและจะมีความรู้สึกที่ดีต่อตัวเองและต่อชีวิต
– มีความเพียงพอ รู้จักประหยัด เพราะการมีหนี้สินจะทำให้เราเป็นทุกข์ ดังนั้นจึงควรรู้จักพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ว่ามีเพียงพอแล้ว
– เต็มใจรับการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าอาจจะยากแต่ให้เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์แปลกใหม่ในชีวิต และจะทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จอีกขั้น
ดังนั้น ความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราแค่เพียงเริ่มต้นจากการเข้าใจตัวเองและมองเห็นคุณค่าในตัวเองใช้ชีวิตแบบง่ายๆ และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆในชีวิตก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้ในทุกๆวัน

เคล็ดลับ วิธีสร้างความสุขให้กับตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในทุกๆวัน

ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาแล้วก็ผู้นำประเทศทุก ๆ ประเทศทั่วโลกนี่ เขาก็พยายามที่จะสร้าง ความสุขให้เกิดขึ้นในสังคม ถึงกับมีการจัดอันดับเลยว่าประเทศไหนมีความสุขมากน้อยซึ่งความจริงแล้วปัจจัยของความสุขนี่ แต่ละประเทศเขาก็จะมีเกณฑ์วัดว่าเป็นอย่างไรบ้าง เช่น การมีรายได้ การมีงานทำ มีความมั่นคงในอาชีพ การมีความสัมพันธ์ที่ดี ในครอบครัวแล้วก็ ในหมู่เพื่อนร่วมงาน แล้วก็การมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การมีสุขภาพกายที่ดี การมีสุขภาพจิตที่ดีแล้วก็ความสัมพันธ์ในครอบครัว การศึกษา ถือว่าเป็น ปัจจัยของความสุขของคนเหมือนกันแล้วก็ความเท่าเทียมกัน

แน่นอนว่าเมื่อเราเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ล้วนต้องแสวงหาสิ่งที่เรียกกันว่า ความสุข หรือความอิ่มเอิบใจกันแทบทุกคนเพราะ คงไม่มีใครที่ชอบความทุกข์ หรือทรมานใจเป็นแน่ สำหรับชีวิตที่มีความสุขเป็นอย่างไรนั้น ตรงนี้ยากจะบอกได้เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานความพึงพอใจอันจะนำมาซึ่งความสุขแตกต่างกัน บางคนมีพอใจกับการมีเงินมาก บางคนมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายก็ว่ากันไป แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการเสริมสร้างความสุขให้กับชีวิตของตนเอง มีข้อแนะนำง่ายๆ มาฝากกัน

1. รู้จักการมองคนอื่นในแง่ดี มองโลกในแง่ที่สวยงาม เป็นการฝึกตนแบบง่ายๆ อย่างหนึ่ง หลักๆ ก็คือการที่เรามองคนอื่นด้วยสายตาแห่งความสุข ปราศจากการโกรธ เกลียด หรือวาดระแวง แค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความสุขขึ้นมาได้ รวมถึงการฝึกให้ตนเองนั้นมองโลกอย่างง่ายๆ ไม่มองโลกในแง่ที่ร้ายเกินไป
2. ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด หมายถึง การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข อย่าไปกังวลถึงอดีตหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราะเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ดังนั้นจึงควรที่จะมีชีวิตในวันนี้อย่างมีความสุข และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แล้วอนาคตที่ดีก็จะมาหาเราเอง
3. มีความหวัง แน่นอนว่าความหวังนั้นเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจของมนุษย์ ทำให้เกิดความมุมานะ ความเพียรพยายาม ดังนั้นคนเราจึงจำเป็นต้องมีความหวังอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีชีวิตอยู่กับความยากลำบากเพียงใด จงคิดและทำทุกอย่างในวันนี้อย่างเต็มที่ และมีความหวังอยู่เสมอ อนึ่งการมีความหวังอยู่เสมอทำให้ชีวิตนั้นมีความสุขได้เช่นเดียวกัน
4. มองตนเองว่ามีค่า ห้ามคิดว่าชีวิตของเรานั้นไม่มีค่าสำหรับใคร เพราะความจริงแล้วเรานั้นมีค่ากับคนที่รักเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท ดังนั้นเมื่อเกิดความรู้สึกไม่ดี เสียใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม อย่าไปยึดติดกับมัน ปล่อยให้ผ่านไป และคิดอยู่เสมอว่าชีวิตเรามีค่ามากกว่าที่จะต้องไปจมปลักอยู่กับมัน
5. รู้จักการให้ การให้ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ หรือของมีค่า แต่หมายถึงของที่ประมาณค่าไม่ได้ เช่นน้ำใจด้วยเช่นกัน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นเป็นวิธีการเสริมสร้างความสุขทางใจอย่างหนึ่ง และให้เราคิดเสมอว่าการให้นั้นมักจะนำสิ่งดีๆ มาสู่ทั้งผู้ให้และผู้รับ แค่นี้เราก็จะมีความสุขแล้ว

จะเห็นความสุขเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดล้วนๆ และกระบวนการเสริมสร้างความสุขนั้นไม่จำเป็นต้องมีปัจจัยอะไรมาเกี่ยวข้องให้วุ่นวาย เพียงแค่เราคิดดี ทำดี มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดี และมีความหวัง มีกำลังใจอยู่เสมอ เท่านี้ชีวิตของเราก็จะไม่ห่างไกลจากคำว่าความสุขแล้ว

เคล็ดลับ วิธีสร้างความสุขให้กับตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในทุกๆวัน

แน่นอนว่าเมื่อเราเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ล้วนต้องแสวงหาสิ่งที่เรียกกันว่า ความสุข หรือความอิ่มเอิบใจกันแทบทุกคนเพราะ คงไม่มีใครที่ชอบความทุกข์ หรือทรมานใจเป็นแน่ สำหรับชีวิตที่มีความสุขเป็นอย่างไรนั้น ตรงนี้ยากจะบอกได้เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานความพึงพอใจอันจะนำมาซึ่งความสุขแตกต่างกัน บางคนมีพอใจกับการมีเงินมาก บางคนมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายก็ว่ากันไป แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการเสริมสร้างความสุขให้กับชีวิตของตนเอง

1. รู้จักการมองคนอื่นในแง่ดี มองโลกในแง่ที่สวยงาม เป็นการฝึกตนแบบง่ายๆ อย่างหนึ่ง หลักๆ ก็คือการที่เรามองคนอื่นด้วยสายตาแห่งความสุข ปราศจากการโกรธ เกลียด หรือวาดระแวง แค่นี้ก็จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความสุขขึ้นมาได้ รวมถึงการฝึกให้ตนเองนั้นมองโลกอย่างง่ายๆ ไม่มองโลกในแง่ที่ร้ายเกินไป
2. ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด หมายถึง การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข อย่าไปกังวลถึงอดีตหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราะเราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ดังนั้นจึงควรที่จะมีชีวิตในวันนี้อย่างมีความสุข และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แล้วอนาคตที่ดีก็จะมาหาเราเอง
3. มีความหวัง แน่นอนว่าความหวังนั้นเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจของมนุษย์ ทำให้เกิดความมุมานะ ความเพียรพยายาม ดังนั้นคนเราจึงจำเป็นต้องมีความหวังอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีชีวิตอยู่กับความยากลำบากเพียงใด จงคิดและทำทุกอย่างในวันนี้อย่างเต็มที่ และมีความหวังอยู่เสมอ อนึ่งการมีความหวังอยู่เสมอทำให้ชีวิตนั้นมีความสุขได้เช่นเดียวกัน
4. มองตนเองว่ามีค่า ห้ามคิดว่าชีวิตของเรานั้นไม่มีค่าสำหรับใคร เพราะความจริงแล้วเรานั้นมีค่ากับคนที่รักเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท ดังนั้นเมื่อเกิดความรู้สึกไม่ดี เสียใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม อย่าไปยึดติดกับมัน ปล่อยให้ผ่านไป และคิดอยู่เสมอว่าชีวิตเรามีค่ามากกว่าที่จะต้องไปจมปลักอยู่กับมัน
5. รู้จักการให้ การให้ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ หรือของมีค่า แต่หมายถึงของที่ประมาณค่าไม่ได้ เช่นน้ำใจด้วยเช่นกัน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นเป็นวิธีการเสริมสร้างความสุขทางใจอย่างหนึ่ง และให้เราคิดเสมอว่าการให้นั้นมักจะนำสิ่งดีๆ มาสู่ทั้งผู้ให้และผู้รับ แค่นี้เราก็จะมีความสุขแล้ว

จะเห็นความสุขเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดล้วนๆ และกระบวนการเสริมสร้างความสุขนั้นไม่จำเป็นต้องมีปัจจัยอะไรมาเกี่ยวข้องให้วุ่นวาย เพียงแค่เราคิดดี ทำดี มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดี และมีความหวัง มีกำลังใจอยู่เสมอ เท่านี้ชีวิตของเราก็จะไม่ห่างไกลจากคำว่าความสุขแล้ว

สิ่งที่ควรเริ่มต้นทำในปีใหม่นี้ ถ้าอยากให้ชีวิตดียิ่งขึ้น

ปีใหม่แวะเวียนมาถึงทีไร หลายคนก็คงจะนึกการลิสต์ New Year’s Resolutions เพื่อเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ใช่ไหมคะ อันที่จริงแล้วไม่ต้องให้ถึงปีใหม่เราก็สามารถลงมือทำเรื่องดีๆ ได้ทุกวัน แต่ปีใหม่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่บรรยากาศนำพา ให้เรารู้สึกอยากกระตุ้นตัวเองให้ลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น เอาล่ะ! ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มที่ข้อแรกกันเลย

1. ปรับปรุงรูปร่างของตัวเอง
ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตะบี้ตะบันลดความอ้วนนะคะ แต่หมายถึงการดูแลตัวเองให้มีรูปร่างสมส่วน ใครผอมไปก็ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อสักหน่อย ใครใส่ยีนส์ตัวโปรดแล้วเริ่มอึดอัดก็ควรหาเวลาออกกำลังกายได้แล้ว การดูแลรูปร่างให้สมส่วนน่ามองด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอกจากจะทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเองแล้ว ยังทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วยค่ะ

2. กินอาหารเพื่อสุขภาพ

อยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองกินแต่อาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผัก ผลไม้ ปรุงแต่งรสชาติน้อย แบบนั้นถ้าใครทำได้มันก็ดีค่ะ แต่ถ้าคุณเป็นมนุษย์ประเภท enjoy eating สุดๆ และยังไม่พร้อมหักดิบขนาดนั้นก็ไม่ใช่ความผิดอะไร แค่ลดของมันๆ ทอดๆ ลดของหวานลงหน่อย แล้วเพิ่มผักผลไม้มากขึ้นในแต่ละมื้ออาหาร เท่านี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมแล้ว

3. ใช้เวลากับเรื่องไร้สาระให้น้อยลง

คนนู้นคนนี้เลิกกัน ดาราแต่งตัวโป๊ เรื่องพวกนี้เมาท์กันเพลินๆ ก็สนุกปากดีค่ะ แต่อย่าไปใช้เวลากับมันมากเกินไปนัก ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ

4. ใช้เวลากับมุ่งสู่เป้าหมายให้มากขึ้น

คนเรามีเป้าหมายหลากหลาย ทั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ลองวางแผนชีวิตให้ดี จัดลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่องให้เหมาะสม (เช่น เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คให้น้อยลง เพื่อเอาเวลามาฝึกภาษาอังกฤษให้มากขึ้น) ทบทวนตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่คุณสนใจพิเศษ และลองใช้เวลาเอาจริงเอาจังกับสิ่งนั้นให้มากขึ้นดูไหมคะ

5. ตัดคนที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตไปบ้าง

เคยได้ยินกลอนสั้นๆ ที่ว่า ‘อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนเกลือดีมีน้อยด้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล’ ไหมคะ ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตที่ผ่านมาสิว่า ใครบ้างที่มีแต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้เราตลอดเวลา ถ้าเอาตัวออกห่างได้ชีวิตก็น่าจะดีขึ้นไม่น้อยนะคะ หรือคนรักที่คบกันไปก็ดูไม่น่าจะรอดแน่ๆ ลองห่างกันสักพักให้แต่ละคนได้มีเวลาทบทวนความสัมพันธ์ดีกว่าไหม

6. ลาออกจากงานที่เกลียดซะ

บางคนไม่กล้าลาออกจากงานที่ไม่ชอบ เพราะกลัวสูญเสียความมั่นคงทางการเงิน แต่การทนอยู่กับสิ่งที่เกลียดมีแต่จะทำให้ชีวิตตกต่ำลงเรื่อยๆ ถ้ารู้สึกเบื่อหน่ายทุกครั้งเมื่อต้องตื่นไปทำงาน ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่มีกระจิตกระใจจะพัฒนาตัวเอง แบบนี้ถอยออกมาตั้งหลักก่อนดีไหมคะ

7. เชื่อมั่นในตัวเองและกล้าตัดสินใจด้วยตัวเองให้มากขึ้น

โดยธรรมชาติแล้ว คนเรามีบุคลิกความเป็นผู้นำมากน้อยไม่เท่ากัน ซึ่งหากทำงานร่วมกันก็จะค่อนข้างเห็นชัดเลยค่ะว่าใครเป็นคนแบบไหน และถึงแม้จะแตกต่างก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะคนทั้งสองแบบสามารถช่วยเติมเต็มในสิ่งที่อีกฝ่ายขาดไปได้ แต่สำหรับการใช้ชีวิต ไม่มีใครมาเป็นผู้นำและตัดสินใจให้เราได้ดีพอในทุกๆ เรื่อง ฉะนั้น ใครที่พึ่งพาแต่คนอื่นมาโดยตลอด ควรเริ่มต้นฝึกตัดสินใจด้วยตัวเองบ้างนะคะ

8. ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น

คนส่วนใหญ่ยิ่งเติบโตขึ้น ก็ยิ่งมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลงไปเรื่อยๆ ทั้งที่พวกเขาก็คือคนที่รักเรามากที่สุด แน่นอนว่าหลายๆ ครั้งการไปเที่ยว ไปสังสรรค์กับเพื่อนที่พูดจาภาษาเดียวกัน มันย่อมสนุกกว่าไปกับครอบครัว แต่อย่าลืมแบ่งเวลาให้พ่อแม่ที่รอกินอาหารมื้อพิเศษกับเราบ้างนะคะ

9. คิดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ถ้าต้องเขียนพ็อกเก็ตบุ๊คเกี่ยวกับตัวเองหนึ่งเรื่อง เลือกได้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นในชีวิต คุณจะเลือกเขียนถึงเรื่องอะไร? อะไรคือสิ่งที่คุณรักและหลงใหลมากที่สุด อะไรคือความสำเร็จสูงสุดในชีวิต อะไรที่ทำแล้วมีความสุขมากที่สุด หากยังหาไม่เจอหรือหาเจอแล้วแต่ยังทำไม่สำเร็จ เริ่มลงมือสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายนะคะ

10. เลือกรับสารอย่างเหมาะสม

ในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คที่บนไทม์ไลน์มีคนแชร์ข่าวสารนู่นนี่เต็มไปหมด มองมุมหนึ่งมันก็เป็นข้อดีที่ช่วยให้เราได้อัพเดทและทันโลกอยู่ตลอดเวลา แต่หลายครั้งสิ่งที่ถูกโพสต์บนบนอินเทอร์เน็ตมันเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่ความรู้ อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณก่อนที่จะปักใช้เชื่อหรือแชร์ต่อด้วยนะคะ

11. ใช้ความหลงใหลขับเคลื่อนชีวิต

คนๆ หนึ่งสามารถมีความชอบหรือถนัดได้หลายอย่าง แต่ถ้ามานั่งคิดดูดีๆ แล้ว มันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกค่ะที่เราหลงใหลในสิ่งนั้นจริงๆ บางอย่างเราถนัดแต่ทำไปแล้วไม่มีความสุข เราจะยอมอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดชีวิตเหรอคะ จงค้นหาสิ่งที่คุณหลงใหลและทำได้ดีให้เจอ แล้ววันหนึ่งสิ่งนั้นจะขับเคลื่อนคุณไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ

12. เรียนรู้การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้คำพูด ตั้งสเตตัส ตอบคอมเมนต์ หรือโต้ตอบอีเมล ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่หลายคนก็พลาดกันอยู่บ่อยครั้ง เด็กจบใหม่บางคนถึงขั้นอดได้งาน เพราะสเตตัสห่ามๆ ที่ตั้งไว้ในเฟซบุ๊ค (ซึ่งคิดไปเองว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว) ก็มีเยอะนะคะ จงเตือนตัวเองไว้เสมอค่ะว่าต้องคิดทุกครั้งก่อนพิมพ์หรือพูด ที่สำคัญมากคือควรรู้กาลเทศะด้วยว่าเวลาไหนสามารถสื่อสารแบบสบายๆ ชิลล์ๆ ได้ และเวลาไหนที่ต้องสื่อสารอย่างทางการเพื่อความเป็นมืออาชีพ

13. ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน

ซาลารี่แมนญี่ปุ่นมีคำกล่าวว่า “ไม่มีสักวันเดียวที่จะผ่านไป โดยไม่มีการปรับปรุงส่วนหนึ่งส่วนใดในองค์กร” ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้เช่นกันค่ะ ทุกวันนี้โลกหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันก็สูงมากในทุกวงการ การปล่อยให้ตัวเองย่ำอยู่กับที่ไม่มีการพัฒนา ในขณะที่คนอื่นเขาวิ่งไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าเรากำลังก้าวถอยหลังแล้วค่ะ

14. อย่าเริ่มต้นทำสิ่งที่ไม่คุ้มค่าแก่การเสียเวลา

หลายคนมีไอเดียอยากจะทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด โดยเฉพาะเด็กเจนวายที่เติบโตมากับคลังข้อมูลมหาศาล พอเห็นคนอื่นทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จก็อยากได้อยากมีแบบเขาบ้าง แต่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ มักจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ แบบนี้ก็คงยากที่จะประสบความสำเร็จค่ะ ก่อนจะเริ่มต้นทำอะไรควรคิดให้รอบคอบ มองข้อดีข้อเสียของสิ่งนั้นอย่างรอบด้านก่อนเสมอ

15. มีความสุขและแบ่งปันความสุขนั้นแก่คนรอบข้าง

หมั่นสำรวจความคิดและความรู้สึกของตัวเองอยู่เสมอ ควรรู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเรากำลังคิดอะไร รู้สึกอะไร และอะไรทำให้เรารู้สึกแบบนั้น ช่วงไหนทุกข์ใจหรือเครียดมากเกินไป ก็ควรรีบหาทางออกจากภาวะนั้นโดยเร็วที่สุด และเมื่อมีความสุขแล้วก็อย่าลืมแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้แก่คนรอบข้างด้วยนะคะ ความสุขยิ่งแบ่งปันไปมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งกลับเข้ามาหาเราแบบทวีคูณค่ะ

หนทางที่จะพาเราไปสู่ความสุขในชีวิต

คนเราจะมีความสุขในการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง

จะต้องปฏิบัติถูกต้องต่อชีวิตของตนเองและต่อสภาพแวดล้อม ทั้งทางสังคม ทางธรรมชาติ และทางวัตถุ รวมทั้งเทคโนโลยี คนที่รู้จักดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ย่อมมีชีวิตที่ดีงามและมีความสุขที่เอื้อต่อความสุขของผู้อื่นด้วย การทำให้ชีวิตมีความสุข ทำได้โดยการฝึกใจให้มีสติพึ่งพาตัวเองจากภายใน ไม่ยึดติดต่อสิ่งที่ทำ ไม่ยึดติดต่อการเปลี่ยนแปลง และยอมรับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตโดยคิดจากความว่าง วางตัวตน ใจเย็น สงบ ยิ่งดิ้นรน ปัญหายิ่งซับซ้อน ฉะนั้นเวลาคิดแก้ปัญหาต้องอย่าตระหนก ตกใจ อย่าใช้อคติ ต้องคิดอย่างมีสติ

เราเรียนรู้จากความผิดพลาดและความล้มเหลวมาตั้งแต่เกิดแล้ว ตั้งแต่การล้มลุกคลุกคลานในการหัดเดิน การหน้าแตกที่ตอบคำถามไม่ได้ในห้องเรียน รู้สึกอายจากการปล่อยไก่ถามคำถามโง่ๆ หรือแม้กระทั่งการทำความผิดพลาดในที่ทำงาน ดังนั้นไม่ว่าชีวิตคุณต้องการที่จะทำอะไร อย่ากลัวมันอีกต่อไป หากล้มเหลว อย่างมากมันก็แค่ทำให้คุณเสียใจหรืออายกับความล้มเหลวของตัวเอง แต่ชีวิตเราคงไม่จบลงแค่นี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเราควรภูมิใจในตัวเองมากกว่าที่กล้าลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ดีกว่าอีกหลายคนที่ไม่เคยลองทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการเลย

เริ่มต้นสร้างความสุขด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนคติ

1) ทำงานที่ใจรัก เพราะถ้าเราทำงานที่ใจรักทุกๆวันจะเป็นวันแห่งความสุข เราไม่ต้องรอว่าความสุขจะมาถึงเราวันเสาร์-อาทิตย์แต่ทุกวันที่เราทำงานจะเป็นวันแห่งความสุขของเราเพราะว่าเราทำด้วยความรัก
2) ทำงานทุกชิ้นให้เต็มที่ให้ดี เพราะเมื่อเราสร้างงาน งานจะย้อนกลับมาสร้างคน งานคือเวทีแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเราทุกครั้งที่เราทำงานให้เต็มที่และทำอย่างดีที่สุด
3) ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเพราะเมื่อเราทำงานด้วยความสุจริตก็ไม่ต้องมานั่งระแวงภัยที่จะตามมาในอนาคตซึ่งเกิดจากการตามจับผิด โดยหน่วยงานของทางการต่างๆ ถ้าเราทำวันนี้ให้ถูกต้องก็ไม่ต้องนั่งกังวลว่าวันวานมันจะผิด
4) เป็นนักประสานสิบทิศ อย่ามัวแต่ทำงานจนหลงลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเก่งอยู่ได้คนเดียว แท้ที่จริงเราจะต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากทุกฝ่ายอยู่เสมอ