สิ่งที่ควรเริ่มต้นทำในปีใหม่นี้ ถ้าอยากให้ชีวิตดียิ่งขึ้น

ปีใหม่แวะเวียนมาถึงทีไร หลายคนก็คงจะนึกการลิสต์ New Year’s Resolutions เพื่อเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ใช่ไหมคะ อันที่จริงแล้วไม่ต้องให้ถึงปีใหม่เราก็สามารถลงมือทำเรื่องดีๆ ได้ทุกวัน แต่ปีใหม่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่บรรยากาศนำพา ให้เรารู้สึกอยากกระตุ้นตัวเองให้ลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น เอาล่ะ! ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มที่ข้อแรกกันเลย

1. ปรับปรุงรูปร่างของตัวเอง
ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตะบี้ตะบันลดความอ้วนนะคะ แต่หมายถึงการดูแลตัวเองให้มีรูปร่างสมส่วน ใครผอมไปก็ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อสักหน่อย ใครใส่ยีนส์ตัวโปรดแล้วเริ่มอึดอัดก็ควรหาเวลาออกกำลังกายได้แล้ว การดูแลรูปร่างให้สมส่วนน่ามองด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอกจากจะทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเองแล้ว ยังทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วยค่ะ

2. กินอาหารเพื่อสุขภาพ

อยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองกินแต่อาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผัก ผลไม้ ปรุงแต่งรสชาติน้อย แบบนั้นถ้าใครทำได้มันก็ดีค่ะ แต่ถ้าคุณเป็นมนุษย์ประเภท enjoy eating สุดๆ และยังไม่พร้อมหักดิบขนาดนั้นก็ไม่ใช่ความผิดอะไร แค่ลดของมันๆ ทอดๆ ลดของหวานลงหน่อย แล้วเพิ่มผักผลไม้มากขึ้นในแต่ละมื้ออาหาร เท่านี้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมแล้ว

3. ใช้เวลากับเรื่องไร้สาระให้น้อยลง

คนนู้นคนนี้เลิกกัน ดาราแต่งตัวโป๊ เรื่องพวกนี้เมาท์กันเพลินๆ ก็สนุกปากดีค่ะ แต่อย่าไปใช้เวลากับมันมากเกินไปนัก ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ

4. ใช้เวลากับมุ่งสู่เป้าหมายให้มากขึ้น

คนเรามีเป้าหมายหลากหลาย ทั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ลองวางแผนชีวิตให้ดี จัดลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่องให้เหมาะสม (เช่น เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คให้น้อยลง เพื่อเอาเวลามาฝึกภาษาอังกฤษให้มากขึ้น) ทบทวนตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่คุณสนใจพิเศษ และลองใช้เวลาเอาจริงเอาจังกับสิ่งนั้นให้มากขึ้นดูไหมคะ

5. ตัดคนที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตไปบ้าง

เคยได้ยินกลอนสั้นๆ ที่ว่า ‘อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนเกลือดีมีน้อยด้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล’ ไหมคะ ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตที่ผ่านมาสิว่า ใครบ้างที่มีแต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้เราตลอดเวลา ถ้าเอาตัวออกห่างได้ชีวิตก็น่าจะดีขึ้นไม่น้อยนะคะ หรือคนรักที่คบกันไปก็ดูไม่น่าจะรอดแน่ๆ ลองห่างกันสักพักให้แต่ละคนได้มีเวลาทบทวนความสัมพันธ์ดีกว่าไหม

6. ลาออกจากงานที่เกลียดซะ

บางคนไม่กล้าลาออกจากงานที่ไม่ชอบ เพราะกลัวสูญเสียความมั่นคงทางการเงิน แต่การทนอยู่กับสิ่งที่เกลียดมีแต่จะทำให้ชีวิตตกต่ำลงเรื่อยๆ ถ้ารู้สึกเบื่อหน่ายทุกครั้งเมื่อต้องตื่นไปทำงาน ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่มีกระจิตกระใจจะพัฒนาตัวเอง แบบนี้ถอยออกมาตั้งหลักก่อนดีไหมคะ

7. เชื่อมั่นในตัวเองและกล้าตัดสินใจด้วยตัวเองให้มากขึ้น

โดยธรรมชาติแล้ว คนเรามีบุคลิกความเป็นผู้นำมากน้อยไม่เท่ากัน ซึ่งหากทำงานร่วมกันก็จะค่อนข้างเห็นชัดเลยค่ะว่าใครเป็นคนแบบไหน และถึงแม้จะแตกต่างก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะคนทั้งสองแบบสามารถช่วยเติมเต็มในสิ่งที่อีกฝ่ายขาดไปได้ แต่สำหรับการใช้ชีวิต ไม่มีใครมาเป็นผู้นำและตัดสินใจให้เราได้ดีพอในทุกๆ เรื่อง ฉะนั้น ใครที่พึ่งพาแต่คนอื่นมาโดยตลอด ควรเริ่มต้นฝึกตัดสินใจด้วยตัวเองบ้างนะคะ

8. ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น

คนส่วนใหญ่ยิ่งเติบโตขึ้น ก็ยิ่งมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลงไปเรื่อยๆ ทั้งที่พวกเขาก็คือคนที่รักเรามากที่สุด แน่นอนว่าหลายๆ ครั้งการไปเที่ยว ไปสังสรรค์กับเพื่อนที่พูดจาภาษาเดียวกัน มันย่อมสนุกกว่าไปกับครอบครัว แต่อย่าลืมแบ่งเวลาให้พ่อแม่ที่รอกินอาหารมื้อพิเศษกับเราบ้างนะคะ

9. คิดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ถ้าต้องเขียนพ็อกเก็ตบุ๊คเกี่ยวกับตัวเองหนึ่งเรื่อง เลือกได้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นในชีวิต คุณจะเลือกเขียนถึงเรื่องอะไร? อะไรคือสิ่งที่คุณรักและหลงใหลมากที่สุด อะไรคือความสำเร็จสูงสุดในชีวิต อะไรที่ทำแล้วมีความสุขมากที่สุด หากยังหาไม่เจอหรือหาเจอแล้วแต่ยังทำไม่สำเร็จ เริ่มลงมือสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายนะคะ

10. เลือกรับสารอย่างเหมาะสม

ในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คที่บนไทม์ไลน์มีคนแชร์ข่าวสารนู่นนี่เต็มไปหมด มองมุมหนึ่งมันก็เป็นข้อดีที่ช่วยให้เราได้อัพเดทและทันโลกอยู่ตลอดเวลา แต่หลายครั้งสิ่งที่ถูกโพสต์บนบนอินเทอร์เน็ตมันเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่ความรู้ อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณก่อนที่จะปักใช้เชื่อหรือแชร์ต่อด้วยนะคะ

11. ใช้ความหลงใหลขับเคลื่อนชีวิต

คนๆ หนึ่งสามารถมีความชอบหรือถนัดได้หลายอย่าง แต่ถ้ามานั่งคิดดูดีๆ แล้ว มันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกค่ะที่เราหลงใหลในสิ่งนั้นจริงๆ บางอย่างเราถนัดแต่ทำไปแล้วไม่มีความสุข เราจะยอมอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดชีวิตเหรอคะ จงค้นหาสิ่งที่คุณหลงใหลและทำได้ดีให้เจอ แล้ววันหนึ่งสิ่งนั้นจะขับเคลื่อนคุณไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตค่ะ

12. เรียนรู้การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้คำพูด ตั้งสเตตัส ตอบคอมเมนต์ หรือโต้ตอบอีเมล ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่หลายคนก็พลาดกันอยู่บ่อยครั้ง เด็กจบใหม่บางคนถึงขั้นอดได้งาน เพราะสเตตัสห่ามๆ ที่ตั้งไว้ในเฟซบุ๊ค (ซึ่งคิดไปเองว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว) ก็มีเยอะนะคะ จงเตือนตัวเองไว้เสมอค่ะว่าต้องคิดทุกครั้งก่อนพิมพ์หรือพูด ที่สำคัญมากคือควรรู้กาลเทศะด้วยว่าเวลาไหนสามารถสื่อสารแบบสบายๆ ชิลล์ๆ ได้ และเวลาไหนที่ต้องสื่อสารอย่างทางการเพื่อความเป็นมืออาชีพ

13. ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน

ซาลารี่แมนญี่ปุ่นมีคำกล่าวว่า “ไม่มีสักวันเดียวที่จะผ่านไป โดยไม่มีการปรับปรุงส่วนหนึ่งส่วนใดในองค์กร” ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้เช่นกันค่ะ ทุกวันนี้โลกหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันก็สูงมากในทุกวงการ การปล่อยให้ตัวเองย่ำอยู่กับที่ไม่มีการพัฒนา ในขณะที่คนอื่นเขาวิ่งไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าเรากำลังก้าวถอยหลังแล้วค่ะ

14. อย่าเริ่มต้นทำสิ่งที่ไม่คุ้มค่าแก่การเสียเวลา

หลายคนมีไอเดียอยากจะทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด โดยเฉพาะเด็กเจนวายที่เติบโตมากับคลังข้อมูลมหาศาล พอเห็นคนอื่นทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จก็อยากได้อยากมีแบบเขาบ้าง แต่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ มักจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ แบบนี้ก็คงยากที่จะประสบความสำเร็จค่ะ ก่อนจะเริ่มต้นทำอะไรควรคิดให้รอบคอบ มองข้อดีข้อเสียของสิ่งนั้นอย่างรอบด้านก่อนเสมอ

15. มีความสุขและแบ่งปันความสุขนั้นแก่คนรอบข้าง

หมั่นสำรวจความคิดและความรู้สึกของตัวเองอยู่เสมอ ควรรู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเรากำลังคิดอะไร รู้สึกอะไร และอะไรทำให้เรารู้สึกแบบนั้น ช่วงไหนทุกข์ใจหรือเครียดมากเกินไป ก็ควรรีบหาทางออกจากภาวะนั้นโดยเร็วที่สุด และเมื่อมีความสุขแล้วก็อย่าลืมแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ให้แก่คนรอบข้างด้วยนะคะ ความสุขยิ่งแบ่งปันไปมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งกลับเข้ามาหาเราแบบทวีคูณค่ะ

หนทางที่จะพาเราไปสู่ความสุขในชีวิต

คนเราจะมีความสุขในการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง

จะต้องปฏิบัติถูกต้องต่อชีวิตของตนเองและต่อสภาพแวดล้อม ทั้งทางสังคม ทางธรรมชาติ และทางวัตถุ รวมทั้งเทคโนโลยี คนที่รู้จักดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ย่อมมีชีวิตที่ดีงามและมีความสุขที่เอื้อต่อความสุขของผู้อื่นด้วย การทำให้ชีวิตมีความสุข ทำได้โดยการฝึกใจให้มีสติพึ่งพาตัวเองจากภายใน ไม่ยึดติดต่อสิ่งที่ทำ ไม่ยึดติดต่อการเปลี่ยนแปลง และยอมรับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตโดยคิดจากความว่าง วางตัวตน ใจเย็น สงบ ยิ่งดิ้นรน ปัญหายิ่งซับซ้อน ฉะนั้นเวลาคิดแก้ปัญหาต้องอย่าตระหนก ตกใจ อย่าใช้อคติ ต้องคิดอย่างมีสติ

เราเรียนรู้จากความผิดพลาดและความล้มเหลวมาตั้งแต่เกิดแล้ว ตั้งแต่การล้มลุกคลุกคลานในการหัดเดิน การหน้าแตกที่ตอบคำถามไม่ได้ในห้องเรียน รู้สึกอายจากการปล่อยไก่ถามคำถามโง่ๆ หรือแม้กระทั่งการทำความผิดพลาดในที่ทำงาน ดังนั้นไม่ว่าชีวิตคุณต้องการที่จะทำอะไร อย่ากลัวมันอีกต่อไป หากล้มเหลว อย่างมากมันก็แค่ทำให้คุณเสียใจหรืออายกับความล้มเหลวของตัวเอง แต่ชีวิตเราคงไม่จบลงแค่นี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเราควรภูมิใจในตัวเองมากกว่าที่กล้าลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ดีกว่าอีกหลายคนที่ไม่เคยลองทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการเลย

เริ่มต้นสร้างความสุขด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนคติ

1) ทำงานที่ใจรัก เพราะถ้าเราทำงานที่ใจรักทุกๆวันจะเป็นวันแห่งความสุข เราไม่ต้องรอว่าความสุขจะมาถึงเราวันเสาร์-อาทิตย์แต่ทุกวันที่เราทำงานจะเป็นวันแห่งความสุขของเราเพราะว่าเราทำด้วยความรัก
2) ทำงานทุกชิ้นให้เต็มที่ให้ดี เพราะเมื่อเราสร้างงาน งานจะย้อนกลับมาสร้างคน งานคือเวทีแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเราทุกครั้งที่เราทำงานให้เต็มที่และทำอย่างดีที่สุด
3) ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเพราะเมื่อเราทำงานด้วยความสุจริตก็ไม่ต้องมานั่งระแวงภัยที่จะตามมาในอนาคตซึ่งเกิดจากการตามจับผิด โดยหน่วยงานของทางการต่างๆ ถ้าเราทำวันนี้ให้ถูกต้องก็ไม่ต้องนั่งกังวลว่าวันวานมันจะผิด
4) เป็นนักประสานสิบทิศ อย่ามัวแต่ทำงานจนหลงลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเก่งอยู่ได้คนเดียว แท้ที่จริงเราจะต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากทุกฝ่ายอยู่เสมอ

วิธีการสร้างสุขให้ทุกวันของชีวิตให้มีคุณค่า และมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ความสุขนั้นถ้าถูกล่ามไว้กับเศรษฐกิจหรือ กับสิ่งโน้นสิ่งนี้ก็ยากที่จะคงอยู่ได้ เมื่อเอาความสุขไปล่ามโซ่จองจำไว้กับสิ่งใดความสุขก็พร้อมที่จะเคลื่อนตามสิ่งนั้นไป ไม่คงอยู่ในใจของผู้นั้นจริงอยู่เศรษฐกิจมีความสำคัญต่อชีวิตในสังคมปัจจุบัน ไม่มีใครปฏิเสธความจริงข้อนี้แต่เศรษฐกิจไม่ควรมีอิทธิพลสูงสุดที่จะกำหนดความสุขของมนุษย์ผู้ใดปล่อยให้เศรษฐกิจบงการชีวิต ผู้นั้นยากนั้นจะรู้จักความสุขที่แท้จริงไม่ว่าจะมีทรัพย์ศฤงคารกี่ร้อยล้านก็ตามทั้งนี้ เพราะว่าผู้ยอมให้เศรษฐกิจเป็นนายของชีวิตย่อมมีใจที่ถูกจองจำไว้กับภาวะเศรษฐกิจเป็นนายของชีวิตย่อมมีใจที่ถูกจองจำไว้กับภาวะเศรษฐกิจ

ชีวิตของมนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาความสุขและต่างก็แสวงหาความสุขด้วยกันทั้งสิ้นมีวิธีที่ช่วยเพิ่มความสุขให้ตัวเองที่ทำได้ไม่ยากมาฝากค่ะ
1.อยู่กับคนที่ทำให้เรายิ้มได้ จากการศึกษาพบว่าเราจะมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่ท่ามกลางคนที่มีความสุขเหมือนกัน ให้เราอยู่กับคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างอารมณ์สุนทรีย์เพราะคนเหล่านั้นจะพลอยพาให้เราหัวเราะและมีความสุขไปด้วย
2.ยึดถือคุณค่าในตัวเอง อะไรคือความเชื่อของเรา อะไรคือสิ่งที่ยึดถือ เช่น ความเมตตากรุณา ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม หากเราให้ความสำคัญต่อคุณค่าเหล่านี้มากเท่าไหร่ เราจะมีความรู้สึกที่ดีต่อตัวเองและคนที่เรารักมากขึ้นเท่านั้น
3.ยอมรับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม อย่าผลักไสสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นและคิดว่าสิ่งนั้นไม่สมบูรณ์แบบ ให้เรายอมรับสิ่งดีที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นสิ่งน้อยนิดก็ตาม
4.จินตนาการถึงการประสบความสำเร็จ อย่ากลัวว่าสิ่งที่เราคาดหวังไว้นั้นเราจะไปไม่ถึง ให้เราวาดภาพความสำเร็จของตัวเอง หลายคนไม่กล้าวาดภาพความสำเร็จของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวเองผิดหวัง แต่ในความจริงการจินตนาการถึงความสำเร็จของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราไปถึงจุดนั้น
5.ทำในสิ่งที่เรารัก แม้ว่าเราไม่สามารถไปนั่งชมวิวชายทะเลทุกวัน หรือดำน้ำดูปะการังที่เราชอบได้บ่อยๆ แต่การได้ทำในสิ่งที่เรารักบ้างนานๆครั้ง จะช่วยเพิ่มความสุขให้แก่เราอย่างไม่น่าเชื่อ
6.มีเป้าหมายในชีวิต คนที่มีเป้าหมายในชีวิตจะพยายามไปถึงจุดนั้นและจะมีความรู้สึกที่ดีต่อตัวเองและต่อชีวิต
7.ทำตามใจของเรา เราเป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถบอกตัวเราเองได้ว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวหรือเพื่อนๆบอก แต่เป็นสิ่งที่รู้อยู่แก่ใจตัวเอง
8.ผลักดันตัวเองไม่ใช่กดดันผู้อื่น เป็นการง่ายที่เราจะรู้สึกว่าความสำเร็จของเรานั้นขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่ความเป็นจริงแล้วสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับเรา เมื่อเราเข้าใจและตระหนักในสิ่งนี้แล้ว ในทางกลับกันสิ่งเหล่านี้จะมีอำนาจผลักดันให้เราไปถึงจุดหมายได้ ให้เราหยุดตำหนิโลกนี้และคนอื่น อย่าเปรียบเทียบตัวเราเองกับคนอื่น และเราจะค้นพบคำตอบในไม่ช้า
9.เต็มใจรับการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าอาจจะยาก แต่ให้เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆในชีวิต และจะทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง
10.พอใจกับชิวิตง่ายๆ คิดทางบวกอยู่เสมอ เช่น เรามีคนที่รักเรา เรามีความทรงจำที่ดี เรามีเพื่อนที่ดี วันนี้รถติดน้อยกว่าเมื่อวาน สิ่งง่ายๆ เหล่านี้ทำให้ชีวิตของเราดำเนินต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร
11.ทำดีกับทุกคน การทำดีกับผู้อื่นจะช่วยสร้างความสุขให้แก่ตัวเรา ไม่ว่าความดีที่เราทำนั้นจะเล็กน้อยเพียงใด แต่จะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตัวเราได้ งานวิจัยพบว่า เด็กอายุ 9-11 ขวบที่ให้ทำสิ่งที่ดีเป็นเวลาหลายสัปดาห์ติดต่อกัน ไม่เพียงแต่มีความสุขเพิ่มมากขึ้นแต่ยังเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนๆอีกด้วย
12.มีความเพียงพอ รู้จักประหยัด การมีหนี้สินหรือการใช้จ่ายเกินตัว ทำให้เราเป็นทุกข์ สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตนั้นมีไม่กี่อย่าง แต่สิ่งที่เราต้องการมีมากจนไม่รู้จบ ให้เรารู้จักพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ ว่าเรามีเพียงพอแล้ว ความละโมบทำให้เราเกิดความทุกข์ จากการไม่รู้จักพอ
13.เป็นพ่อแม่คน สิ่งนี้หลายคนอาจไม่เห็นด้วย แต่การจากศึกษาพบว่าการเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองทำให้เรามีประสบการณ์อีกขั้นหนึ่งในชีวิตที่คนที่ไม่มีลูกไม่ได้รับ แต่ไม่ได้หมายความว่าการเป็นพ่อแม่คนทำให้เรามีความสุขแต่การเป็นพ่อแม่เป็นการเชื่อมต่อของความสุขและเป็นสิ่งที่มีความหมาย

ความสุขเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราและหาได้ไม่ยาก แค่เพียงเริ่มต้นจากการเข้าใจตัวเอง มองเห็นคุณค่าในตัวเอง พอใจกับชีวิตง่ายๆ รู้จักพอ และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงและประสบการณ์แปลกๆ ใหม่ๆ ในชีวิต